Saturday, June 21, 2008

020 : A Trip to Neverland! - ภาคสาม : ตุนหวง

วันที่ 30 เมษายน
รถไฟออกจากซีอานตอนราวๆ 11 โมงได้
นี่เป็นการขึ้นรถไฟจีนครั้งแรก
และเป็นการนั่งรถไฟที่ยาวนานที่สุดเท่าที่จำได้
เรารู้มาคร่าวๆว่ารถไฟจีนเนี่ยจะแบ่งเป็นสี่แบบคือ

硬座 - ying4zuo4 รถนั่งเบาะแข็ง
软座 - ruan3zuo4 รถนั่งเบาะนิ่ม
硬卧 - ying4wo4 รถนอนเบาะแข็ง
软卧 - ruan3wo4 รถนอนเบาะนิ่ม
(เป็นห้องๆเหมือนรถไฟชั้นหนึ่งบ้านเรา)

เราเลือกนั่ง 硬卧 กัน
ก็เหมือนกับรถนอนบ้านเราอ่ะแหละ
ต่างแค่รถไฟจีนนี่เค้าจะเป็นเตียงอยู่แล้ว
ไม่ได้เป็นเก้าอี้แล้วมากางเป็นเตียงทีหลัง
แล้วแต่ละช่องจะมี 6 เตียง
แบ่งเป็น 3 ชั้น
นึกภาพออกป่ะ?
เอารูปไปดูดีกว่า







นั่งรถไฟ 23 ชั่วโมงนี่ฟังดูเหมือนนานนะ
แต่เอาเข้าจริงๆแล้วแป๊บเดียวเอง
ขึ้นรถไปเราก็นั่งคุยกันซักพัก
ปีนขึ้นปีนลงเตียงกันอย่างสนุกสนานซักแป๊บ
เล่นไพ่อีกซักเดี๋ยว
รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลากินข้าวล้างหน้าแปรงฟันนอนแล้วอ่ะ
แล้วนอนตื่นมาปุ๊บ วันรุ่งขึ้นก็ถึงตุนหวงแล้วด้วยเหอะ
(รถไฟถึงตุนหวง 10 โมงเช้าจ้ะ)

แต่เรื่องน่าตื่นตาตื่นใจของรถไฟสายนี้คือ
เมื่อตอนเราออกจากซีอานน่ะ มันยังเป็นเมืองๆอยู่เลย
แต่พอหลับไปแล้วตื่นมาปุ๊บ
ทุกอย่างรอบตัวเป็นแบบนี้หมดเลย



1 พฤษภาคม
รถไฟของเรามาถึงตุนหวงประมาณ 10 โมงเศษ
ลงจากรถไฟแบบงงๆ เพราะรอบสถานีมันไม่มีอะไรเลย
ไม่ได้เป็นเมือง ไม่ได้เป็นบ้าน
คือ เรามาลงรถไฟกันกลางทะเลทรายเหรอวะเนี่ย!!
(ทำไมไม่ถ่ายรูปมา????)

ลงจากรถไฟแบบมีเป้ใบใหญ่อยู่บนหลังและเครื่องหมายคำถามอยู่บนหน้า
ก็ไม่แปลกอะไรที่คนขับรถแท๊กซี่จะพุ่งเข้ามาหาเราด้วยความหวัง(ดี)
คุยไปคุยมาถามไปถามมาได้ไม่เท่าไหร่
เราก็ตกลงนั่งรถเข้าเมืองไปกับคุณพี่คนขับคนนึงด้วยราคาหัวละ 5 หยวน
(ไม่แน่ใจเรื่องราคาแฮะ ไม่รู้จำผิดหรือเปล่า)
ตุนหวงเป็นเมืองเล็กๆที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นเมืองทะเลทรายอย่างชัดเจน
ไม่รู้ว่าชัดเจนยังงัย อธิบายไม่ถูก
เอาเป็นว่ารู้สึกได้อ่ะ ว่าที่นี่ unique

เข้าที่พัก(ซึ่งได้มาจาก lonely planet)
อาบน้ำ(หลังจากที่ไม่ได้อาบมาหลายวัน - อันนี้รู้สึกกันไปเอง ที่จริงก็แค่วันกว่าๆ)
ออกไปกินข้าว
แล้วก็วางแผนว่าเราจะไปไหนกันต่อ

ระหว่างนั้นเองก็มีเอเจนท์ทัวร์ของที่โรงแรมอ่ะ มาเคาะประตูห้องเรา
ถามเราว่าจะไปทะเลทรายกับเค้ามั๊ยบ่ายนี้
ด้วยความที่แพลนจะไปกันอยู๋แล้ว แล้วเวลาก็มีน้อย
เราเลยตกลงไปกับเค้าแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

ว่ากันว่า ทะเลทรายกับโรงแรมที่เราพักเนี่ย อยู่ห่างกันแค่ 5 กม.เท่านั้น
(เค้าบอกว่าจะนั่งรถเมล์ไป ขี่จักรยานไป หรือเดินไปก็ได้ตามสะดวกเลยนะ)
แต่เราเลือกไปกับทัวร์ เสียค่าหัวไปคนละ 10 หยวน(ค่ารถอย่างเดียว)
หลังจากจ่ายตังจ่ายอะไรไปเรียบร้อย เราก็ค้นพบว่า
ทะเลทรายมันอยู่ใกล้จริงๆ
แล้วไอ้รถเมล์ที่นั่งไปเองได้อ่ะ
ราคาคนละหยวนเดียว
5555555

แต่เราก็ค้นพบเมื่อตอนจบวันอีกว่า
การเสียตัง 10 หยวนแล้วมีไกด์ดูแลมันก็โอเคแหละ
(ปลอบใจตัวเอง 555)

คนทำทะเลทรายฉลาดมาก
เอ่อ ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นทะเลทรายปลอมนะ
แต่มันเป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลทรายงัย
เค้าเลยทำให้มันเป็นแบบนี้


ประตูทางเข้า


ดูทางซ้าย คือหลังประตูไปเป็นทะเลทรายหมดเลย


รอคิวเข้าไปอยู่จ้ะ

ค่าเข้าคนละ 120 หยวน
แต่ด้วยความที่เรามีบัตรนักเรียน
ค่าเข้าพวกสถานที่แบบนี้เลยลดราคาหมดเลย
เราเลยได้เข้าไปเหยียบทะเลทรายด้วยราคาค่าผ่านประตูเพียง 60 หยวน/คน เท่านั้น!
(ลด 50% ทุกที่เลยนะ ไอ้พวกค่าผ่านประตูอ่ะ)

แล้วโคตรชอบเลย ตรงนี้อ่ะ
คือมันเหมือนแบบ
เป็นประตูที่กั้นสองโลกออกจากกันอ่ะ
ฝั่งนึงเป็นเมืองธรรมดา ยังเป็นถนนธรรมดาๆอยู่เลย
แต่พอก้าวพ้นประตูไปแล้ว ทุกอย่างเป็นทรายหมด
โคตร amazing เลย ประทับใจ

ทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาล
ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนได้ไปยืนอยู่บนพื้นทรายกว้างๆขนาดนั้นว่ายังงัย
เอาเป็นว่ามันมหัศจรรย์
รู้สึกว่าโลกเรานี่มันมหัศจรรย์




พี่อูฐฐฐฐฐฐฐ


ถุงเท้า - ใส่แล้วเหมือนขาเป็นโดนัลด์ดั๊ก(ค่าเช่าคู่ละ 10 หยวน)
เอาไว้กันทรายเข้ารองเท้า
ดูตอนแรกเหมือนไม่จำเป็นนะ
แต่เหมือนมันช่วยให้เราไม่ค่อยจมทรายด้วยอ่ะ
แล้วถ้าเผอิญเดินไปเหยียบขี้อูฐก็ไม่เป็นไรด้วย 555






ตอนอูฐยืน - นั่งนี่ต้องจับดีๆเลยเหอะ ไม่งั้นมีกลิ้งแน่ๆ




















จุดดำๆนั่นคนนะ
คนจีนแบบ เดินไปทั่วทุกที่อ่ะ
แล้วมันสูงแบบ สูงโคตรๆ
แล้วบนทรายมันก็เดินลำบากมากๆ
แถมนี่มันไม่มีทางให้ปีนหรืออะไรทั้งนั้น
แต่เค้าก็หาทางปีนหาทางเดินขึ้นไปกันจนได้อ่ะ
สุดยอดดด เดินไปได้งัยก็ไม่รู้ - -"






แปลงร่างเป็นสาวอาหรับ






นั่งเลื่อนลงมาจากเนินทราย
สูงโคตรๆ ตอนเดินขึ้นไปนี่แทบขาดใจตาย
คือเค้ามีไม้คล้ายๆบันไดพาดไว้ให้นะ
แต่ช่วยเข้าใจสภาพหน่อยว่าข้างล่างมันเป็นกองทรายสูงๆละเอียดๆอ่ะ
จะเอาอะไรมาพาดก็ลื่นทั้งนั้นแหละ
กว่าจะขึ้นไปถึงตรงสันทรายได้นี่แบบ จะตายเอา
(แต่คนอื่นเค้าไม่เหนื่อยกันนะ แบบว่า อธิจิตรไม่ฟิตที่สุด T T)




ตรงนี้เป็นโอเอซิส
เป็นทะเลสาปรูปพระจันทร์เสี้ยวที่อยู่กลางทะเลทราย
ซึ่งเราคุยกันอยู่ว่ามันเกิดเองหรือเค้ามาขุดวะคะ?


ช่วยดูแบ็คกราวนด์หน่อยเหอะ
เค้าลงไปเล่นน้ำกันยังกะอยู่ชายทะเล
555555







เห็นเสื้อผ้าที่ใส่กันแล้วอาจจะนึกว่าหนาวนะ
คือตอนอยู่ในเมืองมันเย็นๆงัย
เราก็คิดกันว่าเออ ทะเลทรายมันใกล้นิดเดียว อากาศคงไม่ต่างกันเท่าไหร่มั๊ง
(เอาไปแบบเผื่อเหลือเผื่อขาดอ่ะแหละ)
ปรากฎว่าพอไปอยู่กลางทะเลทรายนี่แบบ จอร์จจจจจ
โคตรร้อนเลยยยยยยยย
กลับมาถึงโรงแรมวันนั้นอาบน้ำกินข้าวเสร็จนี่นอนตายกันเป็นแถบ
เสียเหงื่อไปเยอะมากกกกกก เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แล้วทะเลทรายนี่แบบ
ถ่ายรูปยากโคตรๆ
คือมันโล่งไปหมดอ่ะ นึกออกป่ะ
ไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็น object
แถมวันที่ไปฟ้าไม่เปิดอีกต่างหาก
ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

คืนนั้นกินข้าวกันที่ตลาดกลางคืนแถวๆนั้น
ในหมู่ตลาดกลางคืนที่เดินมาทั้งหมดในทริปนี้เราชอบที่ตุนหวงนี่ที่สุด
(ในแง่ของของที่ระลึกนะ เพราะมันมีนู่นนั่นนี่ให้เลือกเยอะเหลือเกินนน)
เมืองแถบๆนี้อาหารขึ้นชื่อคือเนื้อย่าง(โดยเฉพาะเนื้อแพะ)
คือ มันจะเป็นไม้ๆอ่ะ มีเป็นแพะ เป็นวัว เป็นไก่ เป็นอะไรก็ว่ากันไป
(แต่ไม่มีหมูนะ แถบนี้มุสลิมงัย)
แล้วเค้าก็จะโรยเครื่องเทศ พริกป่น อะไรหลายๆอย่างของเค้าอ่ะ
รสชาดเผ็ดๆ เค็มๆ หอมๆ ไม่รู้จะอธิบายยังงัย
มาจีนนี่กินเนื้อย่างตลอดเลย
แล้วกินทุกเนื้อเลย หมู ไก่ วัว แพะ
(คือมันเลือกมากไม่ได้อ่ะนะ เพราะอาหารส่วนใหญ่ทำจากเนื้อวัว)
หลังมหาลัยก็มีร้านเนื้อย่างแบบเนี๊ย
แต่รสชาดก็ไม่เหมือนของทางนี้อยู่ดี
เอ๊ะ! หรือว่าอุปาทาน?
(เอาไว้ค่อยว่ากันต่อเรื่องอาหารทีหลังดีกว่า)
กินข้าว กินแพะ กินเบียร์
กลับบ้านหลับเป็นตายย

2 พฤษภาคม
นั่งแท๊กซี่ออกจากตุนหวงตอน 5 โมงได้มั๊ง เพื่อไปขึ้นรถไฟที่เมืองข้างๆ
เผอิญว่ารถไฟสายตุนหวง - อุรุมุฉีมันปิดไปแล้วงัย
ถ้าเราจะไปอุรุมุฉีเลยต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีชื่ออะไรก็ไม่รู้ที่เมืองข้างๆ
ห่างไป 120 กม. ต้องนั่งรถไปชั่วโมงกว่าๆ
นั่งไปหลับไปได้ซักพัก
พอลืมตามาดูก็ค้นพบว่าทางโคตรสวยเลย
คือฟ้ามันเปิดด้วย แล้วเราก็ขับผ่านทะเลทรายด้วย





ตื่นมาถ่ายรูปกันอยู่แป๊บนึง
แอบคุยกันว่าให้ลุงเค้าหยุดให้เราถ่ายรูปหน่อยได้ป่าว
ลุงคนขับก็เหมือนฟังรู้เรื่องนะ
เลี้ยวรถเข้าข้างทางแล้วจอดเลย
ปรากฎว่าลุงเค้าปวดฉี่ 555
เลยเป็นผลพลอยได้ให้เราได้ลงไปถ่ายรูปกัน

















ไอ้ตอนที่ถ่ายรูปนี่ทุ่มนึงแล้วนะ
แต่ฟ้ายังสว่างแบบนี้อ่ะ
ฝั่งนี้พระอาทิตย์ตกช้ามากกกกก
สามทุ่มฟ้ายังสว่างเหมือนซัก 5 - 6 โมงเย็น
กว่าจะมืดจริงๆก็ 4 ทุ่มนู่นนนน

จบไปอีกหนึ่งเมืองจ้ะ
แต่โคตรชอบที่ตุนหวงนี่เลยนะ ยังประทับใจทะเลทรายอยู่อ่ะ
คราวหน้าเราจะไปอุรุมุฉี(ซึ่งเป็นเมืองหลวงของซินเจียง)กัน
จากอุรุมุฉีเราจะไป Neverland ที่สุดท้ายที่เป็นจุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้
อันนี้นี่เป็น Neverland ของจริงเพราะกันดารโคตรๆแต่ก็สวยมากๆ
(เค้าว่ากันว่าสวยระดับจิ่วจ้ายโกวเลยนะ)

ไว้คราวหน้าเจอกันจ้ะ